ญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองครั้งแรก เตรียมอะไรบ้างก่อนออกเดินทาง

ฝูงคนเดินข้ามแยกชิบูย่า (Shibuya Scramble Crossing) ใจกลางโตเกียว จุดแลนด์มาร์กยอดนิยมของคนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก
แยกข้ามถนนชิบูย่า ใจกลางโตเกียว — ภาพ: Michael Day / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)
สรุปก่อนวางแผน

จะไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองครั้งแรกต้องเตรียมอะไรบ้าง บทความนี้รวมเช็กลิสต์ก่อนออกเดินทางแบบครบ ทั้งเรื่องวีซ่าและหนังสือเดินทาง การลงทะเบียน Visit Japan Web เงินสดกับบัตร IC ซิมและอินเทอร์เน็ต ปลั๊กไฟ ประกันการเดินทาง เบอร์ฉุกเฉิน และแอปที่ควรมี พร้อมอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางการให้ตรวจซ้ำก่อนเดินทางจริง

เปิดสารบัญบทความ
ดูตำแหน่งและเปิดแผนที่ แผนที่จะโหลดเมื่อคุณต้องการใช้งาน
ตำแหน่งบนแผนที่ โตเกียว, ญี่ปุ่น
เปิดใน Google Maps

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วไม่รู้จะเริ่มเตรียมตัวจากตรงไหน? ข่าวดีคือญี่ปุ่นเป็นปลายทางที่เที่ยวเองง่ายมากสำหรับคนไทย ขอแค่เตรียม 7 เรื่องหลักให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ได้แก่ หนังสือเดินทางและเรื่องวีซ่า การลงทะเบียน Visit Japan Web เงินสดกับบัตรโดยสาร IC ซิมหรืออินเทอร์เน็ต ปลั๊กไฟ ประกันการเดินทาง และแอปที่จำเป็น เท่านี้ก็ออกทริปได้อย่างมั่นใจ

บทความนี้สรุปสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปญี่ปุ่นแบบเป็นขั้นตอน เข้าใจง่าย และอิงข้อมูลจากหน่วยงานทางการ เช่น กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JNTO) และ Digital Agency ของญี่ปุ่น เนื่องจากกฎการเข้าเมืองและเงื่อนไขบางอย่างปรับเปลี่ยนได้ จึงควรเช็กแหล่งทางการอีกครั้งก่อนเดินทางจริงเสมอ (ข้อมูลในหน้านี้ตรวจสอบเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569)

เช็กลิสต์เตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ฉบับเร็ว

ถ้าอยากได้ภาพรวมเร็ว ๆ ตารางด้านล่างสรุปสิ่งที่ต้องเตรียมและสถานะปัจจุบันสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ก่อนลงรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ

สิ่งที่ต้องเตรียมสรุปสั้น ๆ
หนังสือเดินทางแบบธรรมดา (e-Passport) อายุเหลือครอบคลุมช่วงเดินทาง
วีซ่าคนไทยเที่ยวระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า (มาตรการถึง 30 มิ.ย. 2570)
Visit Japan Webลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อรับ QR Code แนะนำแต่ไม่บังคับ
เงินเตรียมเงินสดสกุลเยน + บัตรเครดิต และบัตร IC (Suica/PASMO) ไว้ขึ้นรถไฟ
อินเทอร์เน็ตเลือกซิม eSIM หรือ pocket WiFi อย่างใดอย่างหนึ่ง
ปลั๊กไฟไฟ 100 โวลต์ เต้ารับขาแบน เตรียมหัวแปลงปลั๊กไปด้วย
ประกันเดินทางJNTO แนะนำให้ทำก่อนเดินทาง เผื่อค่ารักษาพยาบาล

1. วีซ่าและหนังสือเดินทาง คนไทยต้องขอวีซ่าไหม

สำหรับการท่องเที่ยวหรือพำนักระยะสั้น ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดา (e-Passport) เข้าญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า และพำนักได้สูงสุด 15 วันต่อครั้ง ภายใต้มาตรการยกเว้นวีซ่าที่ญี่ปุ่นต่ออายุออกไปอีก 1 ปี ครอบคลุมช่วง 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570 เนื่องจากเป็นมาตรการที่ต่ออายุเป็นรอบ ไม่ใช่สิทธิถาวร ผู้ที่วางแผนเดินทางช่วงใกล้สิ้นสุดมาตรการควรติดตามประกาศต่ออายุรอบถัดไปจากสถานทูตญี่ปุ่นหรือกระทรวงการต่างประเทศก่อนออกเดินทาง

ถึงจะไม่ต้องขอวีซ่า แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังมีอำนาจพิจารณาขั้นสุดท้าย และอาจขอดูเอกสารประกอบ ควรเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้พร้อมเพื่อผ่านขั้นตอนขาเข้าได้ราบรื่น

  • หนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดา (e-Passport) อายุเหลือครอบคลุมตลอดช่วงเดินทาง
  • ตั๋วเครื่องบินขากลับหรือตั๋วเดินทางออกจากญี่ปุ่น
  • หลักฐานที่พัก เช่น ใบจองโรงแรมหรือที่อยู่ที่จะเข้าพัก
  • กำหนดการเดินทางคร่าว ๆ และหลักฐานการเงินพอสมควรสำหรับการพำนัก

ถ้าต้องการอยู่นานกว่า 15 วัน หรือมีจุดประสงค์ทำงาน เรียนต่อ หรือพำนักระยะยาว มาตรการยกเว้นวีซ่าจะไม่ครอบคลุม ต้องยื่นขอวีซ่าประเภทที่เหมาะสมกับสถานทูตหรือศูนย์รับยื่นวีซ่าล่วงหน้า และเนื่องจากกฎวีซ่าเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นหรือกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งก่อนเดินทาง

2. Visit Japan Web ลงทะเบียนก่อนเดินทาง

Visit Japan Web (VJW) คือระบบลงทะเบียนออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Digital Agency ประเทศญี่ปุ่น สำหรับทำขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรล่วงหน้าผ่านเว็บ เมื่อกรอกข้อมูลครบ ระบบจะสร้าง QR Code ให้ใช้แสดงที่สนามบิน ช่วยให้ผ่านขั้นตอนขาเข้าได้เร็วขึ้น การใช้งานฟรีและแนะนำให้ทำเพื่อความสะดวก แต่ไม่ได้บังคับ หากไม่ได้ลงทะเบียน ก็ยังกรอกเอกสารแบบกระดาษที่สนามบินได้ตามปกติ

ในปี 2569 สนามบินใหญ่อย่างฮาเนดะ นาริตะ และคันไซ เริ่มใช้ตู้ Joint Kiosk ที่รวมขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรไว้ในจุดเดียว แนะนำให้ลงทะเบียนและเตรียม QR Code หรือแคปหน้าจอเก็บไว้ล่วงหน้าตั้งแต่อยู่ที่ไทย โดยกรอกให้เสร็จก่อนเครื่องลงอย่างน้อยหลายชั่วโมง เพื่อให้ QR Code พร้อมใช้งานเมื่อไปถึง

3. เรื่องเงิน เงินสด บัตรเครดิต และบัตร IC

สกุลเงินของญี่ปุ่นคือเงินเยน (JPY) แม้ร้านค้าและร้านอาหารในเมืองใหญ่จะรับบัตรเครดิตและการจ่ายเงินแบบไร้สัมผัสมากขึ้น แต่ญี่ปุ่นยังเป็นสังคมที่ใช้เงินสดอยู่พอสมควร โดยเฉพาะร้านเล็ก ตลาด ศาลเจ้า และเครื่องขายของอัตโนมัติบางจุด แนะนำให้แลกเงินเยนติดตัวไว้ส่วนหนึ่ง และพกบัตรเครดิตที่กดเงินสดหรือใช้จ่ายต่างประเทศได้เป็นตัวสำรอง

สิ่งที่ช่วยให้เที่ยวเองสะดวกขึ้นมากคือบัตร IC เช่น Suica หรือ PASMO ซึ่งเป็นบัตรเติมเงินสำหรับแตะขึ้นรถไฟ รถบัส และใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อหรือเครื่องขายของอัตโนมัติได้ ไม่ต้องซื้อตั๋วทีละเที่ยวให้เสียเวลา นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่พำนักระยะสั้นยังมีสิทธิ์ซื้อสินค้าแบบปลอดภาษี (Tax-Free) ในร้านที่ร่วมรายการ โดยแสดงหนังสือเดินทางตอนชำระเงิน

4. อินเทอร์เน็ต ซิม eSIM หรือ pocket WiFi

การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตค่อนข้างมาก ทั้งดูแผนที่ ค้นเส้นทางรถไฟ และแปลภาษา จึงควรเตรียมเน็ตให้พร้อมตั้งแต่ก่อนไป โดยมี 3 ทางเลือกหลัก

  • ซิมสำหรับนักท่องเที่ยว เสียบใช้ได้ทันที เหมาะกับคนเที่ยวคนเดียวและใช้เครื่องที่ถอดซิมได้
  • eSIM ติดตั้งผ่านแอปได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนซิมจริง เหมาะกับมือถือรุ่นที่รองรับ และอยากได้ความสะดวก
  • Pocket WiFi ตัวปล่อยสัญญาณพกพา เหมาะกับกลุ่มหรือครอบครัวที่ใช้หลายเครื่องพร้อมกัน แต่ต้องพกอุปกรณ์และชาร์จแบต

เลือกแบบไหนก็ได้ตามจำนวนคนและพฤติกรรมการใช้งาน ถ้าไปคนเดียวหรือสองคน ซิมหรือ eSIM มักคุ้มและสะดวกกว่า ถ้าไปเป็นกลุ่ม pocket WiFi ตัวเดียวแชร์กันอาจประหยัดกว่า

5. ปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า

ญี่ปุ่นใช้ไฟฟ้าแรงดัน 100 โวลต์ โดยมีความถี่ 50 เฮิรตซ์ทางฝั่งตะวันออก (รวมโตเกียว) และ 60 เฮิรตซ์ทางฝั่งตะวันตก (รวมนาโกยา เกียวโต และโอซากา) เต้ารับส่วนใหญ่เป็นแบบขาแบนสองขา (ปลั๊ก Type A) คล้ายของสหรัฐฯ ซึ่งปลั๊กอุปกรณ์ไทยหลายชนิดเสียบได้เลย แต่เพื่อความชัวร์ควรพกหัวแปลงปลั๊ก (adapter) ไปด้วยหนึ่งอัน

อุปกรณ์อย่างที่ชาร์จมือถือ โน้ตบุ๊ก และกล้อง มักรองรับไฟหลายแรงดัน (100–240V) จึงใช้กับไฟญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องมีหม้อแปลง แต่อุปกรณ์ที่ให้ความร้อนหรือมีมอเตอร์ เช่น ไดร์เป่าผมหรือเครื่องหนีบผมของไทยบางรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับไฟ 220V อาจทำงานไม่เต็มที่หรือเสียหายได้ ตรวจฉลากแรงดันบนอุปกรณ์ก่อนเสมอ ถ้าไม่แน่ใจแนะนำให้ใช้ของโรงแรมหรือซื้อรุ่นที่รองรับไฟญี่ปุ่นแทน

6. ประกันการเดินทางและเบอร์ฉุกเฉิน

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JNTO) แนะนำให้นักท่องเที่ยวทำประกันการเดินทางก่อนมาญี่ปุ่น เพราะหากเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นอาจสูงมาก การมีประกันที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและเหตุฉุกเฉินช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่าย ควรเลือกกรมธรรม์ที่ครอบคลุมตลอดช่วงเดินทางและเก็บข้อมูลติดต่อของบริษัทประกันไว้ในมือถือ

ควรจำเบอร์ฉุกเฉินของญี่ปุ่นไว้ให้ขึ้นใจ เผื่อกรณีจำเป็น

  • 110 โทรแจ้งตำรวจ (เหตุด่วน อาชญากรรม อุบัติเหตุ)
  • 119 โทรแจ้งดับเพลิงและเรียกรถพยาบาล
  • สายด่วนนักท่องเที่ยว JNTO 050-3816-2787 ให้ความช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วยหรือภัยพิบัติ ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น (โทรจากต่างประเทศใช้ +81-50-3816-2787)

นอกจากนี้ ควรจดที่อยู่และเบอร์ติดต่อของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่นไว้ด้วย และตอนเช็กอินโรงแรมให้สังเกตเส้นทางหนีไฟเผื่อกรณีแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ในญี่ปุ่น

7. แอปและของที่ควรเตรียมติดกระเป๋า

ก่อนออกเดินทาง ลองติดตั้งและทดลองใช้แอปที่ช่วยให้เที่ยวเองง่ายขึ้นไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องมาลองผิดลองถูกหน้างาน

  • แอปแผนที่และค้นเส้นทางรถไฟ สำหรับวางเส้นทางและดูค่าโดยสาร
  • แอปแปลภาษา ที่แปลจากรูปถ่ายป้ายหรือเมนูได้ ช่วยได้มากในร้านที่ไม่มีเมนูอังกฤษ
  • แอปพยากรณ์อากาศ สำหรับเช็กสภาพอากาศรายวันก่อนออกจากที่พัก
  • Visit Japan Web และไฟล์ QR Code หรือภาพแคปหน้าจอสำรอง

ส่วนของที่ควรมีติดกระเป๋า ได้แก่ พาวเวอร์แบงก์ หัวแปลงปลั๊ก ยาประจำตัวพร้อมใบสั่งยาถ้ามี ร่มพับหรือเสื้อกันฝนเล็ก ๆ และเสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาลที่ไป เพราะอากาศญี่ปุ่นต่างกันมากในแต่ละฤดู

เตรียมตามฤดูกาลและช่วงที่เดินทาง

ญี่ปุ่นมีสี่ฤดูที่ชัดเจน การเตรียมเสื้อผ้าและของใช้จึงขึ้นกับช่วงที่ไป ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) และฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) อากาศกำลังสบายแต่กลางวันกลางคืนต่างกัน ควรเตรียมเสื้อคลุมบาง ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) ร้อนชื้นและมีฝน ควรเตรียมร่มและเสื้อระบายอากาศ ส่วนฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) หนาวจัดโดยเฉพาะทางเหนือ ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวหนา ๆ ก่อนเดินทางควรเช็กพยากรณ์อากาศของช่วงและเมืองที่จะไปอีกครั้ง เพราะสภาพอากาศจริงเปลี่ยนได้

คำถามที่พบบ่อยก่อนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นต้องขอวีซ่าไหม

สำหรับท่องเที่ยวหรือพำนักระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดา (e-Passport) ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ภายใต้มาตรการยกเว้นวีซ่าที่มีผลถึง 30 มิถุนายน 2570 แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับสถานทูตญี่ปุ่นก่อนเดินทาง

ต้องลงทะเบียน Visit Japan Web ไหม

ไม่บังคับ แต่แนะนำให้ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับ QR Code สำหรับขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ช่วยให้ผ่านขาเข้าที่สนามบินได้เร็วขึ้น ถ้าไม่ได้ลงทะเบียนก็ยังใช้เอกสารกระดาษที่สนามบินได้

ควรพกเงินสดไปเท่าไหร่

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับจำนวนวันและสไตล์การเที่ยว แต่เนื่องจากร้านเล็กหลายแห่งยังรับเฉพาะเงินสด แนะนำให้แลกเงินเยนติดตัวไว้ส่วนหนึ่งสำหรับค่ากินและค่าเดินทางรายวัน และใช้บัตรเครดิตกับบัตร IC เสริมสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น

ปลั๊กไฟญี่ปุ่นใช้แบบไหน ต้องซื้อหัวแปลงไหม

ญี่ปุ่นใช้ไฟ 100 โวลต์ เต้ารับเป็นแบบขาแบนสองขา อุปกรณ์ชาร์จส่วนใหญ่ที่รองรับไฟ 100–240V ใช้ได้เลย แต่แนะนำให้พกหัวแปลงปลั๊กไปด้วยหนึ่งอันเพื่อความสะดวก และเลี่ยงใช้อุปกรณ์ให้ความร้อนของไทยที่ออกแบบมาเฉพาะไฟ 220V

จัดแผนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกของคุณต่อได้เลย

เตรียมของครบแล้ว ขั้นต่อไปคือวางแผนเที่ยวให้ลงตัว เริ่มจากอ่านคู่มือเที่ยวโตเกียวสำหรับคนไปครั้งแรกเพื่อเลือกย่านและวางจำนวนวัน ดูวิธีเดินทางจากสนามบินนาริตะเข้าโตเกียวเพื่อวางแผนขาเข้า และกางงบเที่ยวโตเกียว 5 วัน 4 คืนไว้คุมค่าใช้จ่าย อ่านเรื่องการเตรียมตัวเที่ยวเพิ่มเติมได้ในหมวดนี้ แล้วเปิดเครื่องมือจัดทริปเพื่อจัดแต่ละย่านลงในแต่ละวันของคุณ

ผู้จัดทำบทความ

กองบรรณาธิการ จัดทริป.com

กองบรรณาธิการจัดทริป.com จัดทำคู่มือเที่ยว แผนรายวัน งบประมาณ และวิธีเดินทางสำหรับคนไทย โดยตรวจข้อมูลจากแหล่งทางการและระบุวันที่ตรวจเมื่อข้อมูลเปลี่ยนแปลงได้

จัดทริปต่อจากหน้านี้

นำปลายทางนี้ไปสร้างแผนรายวัน

เลือกระยะเวลา แล้วปรับสถานที่ ลำดับการเที่ยว เส้นทาง และงบให้เหมาะกับทริปของคุณ

ปลายทางที่เลือก: โตเกียว, ญี่ปุ่น

จัดทริปปลายทางนี้